ramdom07.jpg

การโห่ร้องในสงครามฝ่ายวิญญาณ


มารู้จักเคล็ดลับแห่งชัยชนะผ่านทางการสรรเสริญ สิ่งง่ายๆ ที่ได้ผลลัพธ์อันแสนยิ่งใหญ่

การโห่ร้อง คือ รูปแบบหนึ่งของการสรรเสริญ ซึ่งมีกล่าวถึงอยู่ในพระคัมภีร์หลายข้อหลายตอนด้วยกัน  แต่มีสองตอนที่กล่าวถึงเป็นพิเศษว่าพระเจ้าตอบสนองต่อการโห่ร้องของเราอย่างจำเพาะเจาะจง

ในตอนแรก บันทึกอยู่ในพระธรรมโยชูวา บทที่ 6 เมื่อโยชูวาได้นำทัพอิสราเอลไปต่อสู้ที่เมืองเยรีโค  พวกเราเดินรอบเมืองเป็นเวลา 6 วันด้วยกัน ในวันที่ 7 พวกเขาตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปเดินทัพรอบเมืองเป็นจำนวน 7 รอบ  เมื่อครบรอบที่ 7 ประชาชนก็โห่ร้องเมื่อปุโรหิตเป่าแตร ดังนั้นพอประชาชนได้ยินเสียงแตร เขาก็โห่ร้องดังและกำแพงก็พังลงราบ ประชาชนจึงขึ้นไปในเมืองทุกคนต่างตรงไปข้างหน้าตนและเข้ายึดเมืองนั้น (โยชูวา 6.20)

นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำอธิบายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น  พวกเขาบอกว่าเมื่อคนอิสราเอลยกเสียงขึ้นโห่ร้องออกมา คลื่นเสียงที่ร้องออกมาโดยพร้อมเพรียงกันได้ตกกระทบกับกำแพงเมืองเยรีโค ทำให้กำแพงพังราบลง  แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่  พระเจ้าต่างหากเป็นผู้สดับฟังเสียงโห่ร้องสรรเสริญของคนอิสราเอลในเวลานั้น และเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ แต่เป็นการอัศจรรย์เหนือธรรมชาติต่างหาก  องค์พระผู้เป็นเจ้าได้นำชัยชนะอันยิ่งใหญ่มอบให้กับพวกเขาในวันนั้น

อีกเหตุการณ์หนึ่ง มีใครนึกถึงกิเดโอนบ้าง  กิเดโอน คือแม่ทัพของกองทัพที่ค่อยๆ เล็กลงไปเรื่อยๆ เพราะว่าพระเจ้าได้หั่นจำนวนคนลง จนเหลือเพียงแค่ 300 คนเท่านั้น เพราะ “เกรงว่าอิสราเอลจะทะนงตัวต่อเรา โดยกล่าวว่า “มือของเราเองได้ช่วยเราให้พ้น’”  (ผู้วินิจฉัย 7.2)  กิเดโอนนำคนไป 300 คน ไปประชิดกับค่ายทหารของคนมีเดียน  เมื่อถึงเวลาอันควร กิเดโอนก็ได้ออกคำสั่ง และทหารทั้ง 300 คนก็เป่าแตรและต่อยหม้อที่ถืออยู่ มือซ้ายถือคบเพลิง มือขวาถือแตรจะเป่า และเขาร้องขึ้นว่า “ดาบของพระเยโฮวาห์และของกิเดโอน”  (ผู้วินิจฉัย 7.20)  พระเจ้าต่อเสียงร้องนั้น พระองค์ต่อสู้แทนอิสราเอลอีกครั้ง และกองทัพคนมีเดียนก็แตกตื่น ฆ่าฟันกันทั่วทุกกอง  อิสราเอลได้รุกคืบเพื่อยึดเอาชัยชนะอย่างใหญ่โตในวันนั้น ก็เพราะพวกเขาได้โห่ร้องเสียงแห่งชัยชนะในสงครามวันนั้น

ในหลายๆ โอกาส เรามักจะคิดว่าความเงียบคือการแสดงความเคารพมากยิ่งกว่าการแซ่ซ้องเสียงสรรเสริญ ยิ่งกว่านั้น บางคนกลับคิดว่าการตะโกนโหวกเหวกเป็นพฤติกรรมไร้วัฒนธรรมเสียด้วยซ้ำ   แต่คงเป็นที่น่าเศร้าสลด ถ้าคริสตจักรใดจะไร้ซึ่งเสียงโห่ร้องสรรเสริญออกมาจากภายในค่ายทหาร เมื่ออิสราเอลฝ่ายวิญญาณไม่มีเสียงร้องความชื่นชมในฤทธิ์เดชของพระเจ้าแห่งการช่วยกู้สำหรับศึกสงครามของทุกวันนี้

สิ่งที่เราต้องทำ คือ สรรเสริญ ที่เหลือเป็นของพระเจ้า

พระเจ้าปรารถนาให้เราใช้อาวุธแห่งการสรรเสริญในทุกวันนี้เพื่อปลดปล่อยฤทธิ์เดชของพระองค์ผ่านตัวเรา  หลายๆ ครั้งเราต้องอธิษฐาน หลายๆ สถานการณ์เราต้องคร่ำครวญวิงวอน  แต่ก็อีกหลายๆ เวลาที่เราต้องโห่ร้องในสงครามฝ่ายวิญญาณด้วย  ในระหว่างการสรรเสริญ เราไม่ได้ต่อสู้กับปัญหาและประจัญบานกับกองทัพของศัตรู แต่เรากำลังประกาศการยอมรับในความเป็นพระเจ้าขององค์พระเยซูคริสต์และชื่นชมในความเป็นจอมทัพของพระองค์  เราชื่นชมในความจริงที่ว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และเป็นผู้มีชัยเหนือปัญหาอุปสรรคของเราทุกประการ  เมื่อเราชื่นชมในพระกำลังของพระองค์ พระองค์จะเสด็จเข้าสู่สงครามแทนเรา  เราสรรเสริญ ส่วนพระองค์ทรงต่อสู้ประจัญบาน  เมื่อเรายอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าในสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ ความเชื่อของเราจะทวีขึ้นเท่ากับระดับที่เรายอมรับพระองค์นั้น  ในเวลานั้น พระเจ้าจะทรงตรัสว่า “บุตรของเราได้เทใจเชื่อแล้วว่าเราคือพระเจ้าของเขา และเป็นจอมเจ้านายเหนือสถานการณ์เหล่านี้ เราจะสำแดงกำลัง ฤทธา และสง่าราศีของเราออกมาให้เห็น”   และพระเจ้าจะตอบสนองเราโดยการมอบชัยชนะอันยิ่งใหญ่ไว้ในมือของเรา

เราไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนใฝ่สงครามหรือมีวิญญาณห้ำหั่นเสมอไป เพราะพระเจ้าปรารถนาให้เราเป็นทูตแห่งสันติภาพ  เมื่อใดที่ต้องมีการประจัญบาน จงให้พระเจ้ากระทำการแทนเรา  อัครทูตเปาโลกล่าวไว้ชัดเจนในพระธรรมเอเฟซัสถึงชุดยุทธภัณฑ์ที่พระเจ้าออกแบบมาให้กับพลทหารคริสเตียนทุกคน เห็นได้ว่าชุดยุทธภัณฑ์ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อการบุกตะลุย แต่กลับมีไว้เพื่อให้เรายืนตั้งรับอย่างมั่นคงเพื่อต่อต้านกลอุบายของมารร้าย   เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้นและเมื่อเสร็จแล้วจะยืนมั่นได้” (เอเฟซัส 6.13)

เราไม่ได้แสร้งว่าเราเหนือกว่าศัตรูของเราด้วยตัวเราเอง แต่เรากำลังชื่นชมยินดีในองค์พระเจ้าผู้ทรงต่อสู้แทนเรา  ดูอย่างมีคาเอลที่ปล่อยให้มารร้ายถูกพระเจ้าจัดการเอง  “ฝ่ายอัครเทวทูตาธิบดีมีคาเอล ครั้นเมื่อท่านโต้เถียงกับพญามารเรื่องศพของโมเสส ท่านเองก็ยังไม่บังอาจตั้งข้อกล่าวหาอย่างเย้ยหยันต่อมารเลย ได้แต่เพียงกล่าวว่า "ขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงห้ามเจ้าเถิด"  (ยูดาห์ 9)

มีพระคำอีกหลายข้อที่เปิดเผยพระประสงค์ของพระเจ้าที่พูดถึงการสรรเสริญว่าเป็นอาวุธที่ใช้ปลดปล่อยฤทธานุภาพของพระองค์  ดังเช่น

กันดารวิถี 10.9  ... และเมื่อเจ้าทั้งหลายจะไปทำศึกในแผ่นดินของเจ้าสู้ศัตรูผู้มาบีบบังคับเจ้า ก็ให้เป่าแตรทำเสียงปลุก และเจ้าจะเป็นที่ระลึกต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า และเจ้าจะได้พ้นจากศัตรูของเจ้า  (พระเจ้าจะประทานชัยชนะ เมื่อเราเป่าแตรของเรา นั่นคือ โห่ร้องสรรเสริญ)

 

ปฐมกาล 49.8  ... ยูดาห์เอ๋ย พวกพี่น้องจะสรรเสริญเจ้า มือของเจ้าจะจับคอของศัตรูของเจ้า บุตรทั้งหลายของบิดาจะกราบเจ้า  (ยูดาห์แปลว่า “สรรเสริญ”  ในคำพยากรณ์ที่มีการเจิมล้นอยู่นี้ ยาโคบได้ประกาศชัดว่า มือของผู้สรรเสริญจะจับที่คอของศัตรูของเขา)

 

ผู้วินิจฉัย 1.1-2  ...  อยู่มาเมื่อโยชูวาสิ้นชีพแล้ว คนอิสราเอลทูลถามพระเยโฮวาห์ว่า "ใครในพวกข้าพระองค์ทั้งหลายจะขึ้นไปก่อนเพื่อสู้รบกับคนคานาอัน" พระเยโฮวาห์ตรัสว่า "ยูดาห์จะขึ้นไป ดูเถิด เราได้มอบแผ่นดินนั้นไว้ในมือเขาแล้ว"  (ผู้สรรเสริญจะนำหน้าไป นำอิสราเอลเข้าสู่คานาอัน ไปสู่ชัยชนะ ไปสู่การอวยพร  ในวันนี้ ให้เราส่งผู้สรรเสริญนำหน้าชีวิตของเราออกไป)

สดุดี 8.2  ...  จากปากของเด็กอ่อนและเด็กที่ยังดูดนม พระองค์ทรงตั้งกำลังเพราะบรรดาคู่อริของพระองค์ เพื่อระงับยับยั้งศัตรูและผู้กระทำการแก้แค้น  (โดยพระปัญญาของพระเจ้า พระองค์ได้วางให้การสรรเสริญออกมาจากปากของผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องการสงคราม นั่นคือ เด็กเล็กๆ  เด็กเหล่านี้ไม่ประสีประสากับเรื่องการรบราในทางของโลก  แต่เด็กเหล่านี้ก็โตพอที่จะส่งเสียงของเขาร้องออกมา และรอดูว่าพระเจ้าจะการต่อสู้แทนพวกเขาเอง)


สดุดี 118.19-20  ...  ขอเปิดประตูความชอบธรรมให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะเข้าประตูนั้นไปและจะสรรเสริญพระเยโฮวาห์ นี่คือประตูของพระเยโฮวาห์ คนชอบธรรมจะเข้าไปทางนี้  (ทางไปสู่ชัยชนะ คือ การผ่านเข้าสู่ประตูแห่งการสรรเสริญ  (อิสยาห์ 60.18)  คนที่ดำเนินชีวิตอย่างมีชัยคือคนที่ได้เรียนรู้ที่จะผ่านเข้าสู่ประตูนี้อย่างประสบความสำเร็จ)

สดุดี 149.6  ... ให้การสรรเสริญอย่างสูงแด่พระเจ้าอยู่ในปากของเขา และให้ดาบสองคมอยู่ในมือของเขา  เพื่อทำการแก้แค้นบรรดาประชาชาติ และทำการลงโทษชนชาติทั้งหลาย เพื่อเอาตรวนล่ามบรรดากษัตริย์ของเขา และเอาเครื่องเหล็กจองจำล่ามบรรดาขุนนางของเขา เพื่อจะกระทำแก่เขาตามคำพิพากษาที่บันทึกไว้แล้ว นี่เป็นเกียรติแก่บรรดาวิสุทธิชนของพระองค์ จงสรรเสริญพระเยโฮวาห์เถิด  (พระเจ้าได้ให้สองสิ่งที่เราจะใช้ปราบศัตรูของเราได้ คือ การสรรเสริญที่ปากของเรา และพระคำพระเจ้าในมือของเรา)